สัตว์เลี้ยง

จะพาน้องหมาน้องแมวไปฝังไมโครชิปทั้งที ก็ต้องมีเรื่องกังวลใจกันบ้างเป็นธรรมดาใช่มั้ยคะ "จะเจ็บมั้ย" "อันตรายรึเปล่า" "ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษมั้ย" คำถามวนเวียนเต็มไปหมด มาค่ะ! บทความนี้จะชวนคุณหมอมาไขข้อข้องใจยอดฮิต 5 ข้อนี้ให้เคลียร์ เหมือนได้นั่งคุยกันสบาย ๆ ในห้องตรวจเลย รับรองว่าอ่านจบแล้วจะรู้สึกพร้อมและมั่นใจขึ้นเยอะ!
สัตวแพทย์ตรวจร่างกายสุนัขอย่างละเอียดก่อนการฝังไมโครชิพโดยมีเจ้าของอยู่ด้วย

การฝังไมโครชิพน้องจะเจ็บมากมั้ย แล้วต้องเตรียมตัวน้องยังไง

สรุปแล้ว...เจ็บระดับไหนกันนะ?

ตอบสั้น ๆ เลยก็คือ เจ็บน้อยกว่าที่คิดเยอะค่ะ คุณหมอหลายท่านเปรียบเทียบว่าเหมือน “มดกัด” หรือ “สะดุ้งตอนฉีดวัคซีน” แป๊บเดียวจริง ๆ เพราะใช้เวลาแค่ 2-3 วินาทีเท่านั้น เข็มที่ใช้อาจจะดูใหญ่กว่าเข็มฉีดยานิดหน่อย แต่ก็คมกว่ามาก และจะฝังลงไปแค่ใต้ผิวหนังบริเวณไหล่ 

แล้วเราจะช่วยให้น้องใจเย็นลงได้ยังไง?

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความเครียดของน้อง ๆ ได้เยอะเลยค่ะ ลองใช้เคล็ดลับง่าย ๆ เหล่านี้ดูนะคะ

  • ก่อนออกจากบ้าน ลองเล่นกับน้องให้เหนื่อยหน่อย จะได้ปล่อยพลังงานออกไปบ้าง
  • ระหว่างเดินทาง ใช้ผ้าห่มผืนโปรดที่มีกลิ่นของเราห่อตัวน้องไว้ จะช่วยให้รู้สึกปลอดภัยขึ้น
  • ที่คลินิก ตอนนั่งรอคิว พยายามพูดกับน้องด้วยน้ำเสียงที่สงบและผ่อนคลาย การลูบคางเบา ๆ จะช่วยให้น้องสบายใจกว่าการกอดแน่น ๆ ที่อาจทำให้อึดอัดได้ค่ะ

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้ทั้งเราและน้อง ๆ ผ่านไปได้อย่างสบาย ๆ เลยค่ะ

หลังฝังชิป ต้องดูแลแผลเป็นพิเศษรึเปล่า?

การดูแลหลังกลับถึงบ้าน

ข่าวดีก็คือ แทบไม่ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษเลยค่ะ เพราะมันไม่ใช่ “แผลผ่าตัด” เป็นแค่รูเข็มเล็กจิ๋วที่จะปิดเองอย่างรวดเร็ว แต่ในช่วงวันสองวันแรก ก็มีข้อแนะนำเล็กน้อย คือ 

  1. งดอาบน้ำ ไปก่อนสัก 1-2 วัน
  2. พยายาม อย่าให้น้องเกาหรือเลีย บริเวณที่ฝังแรง ๆ
  3. ให้น้องได้พักผ่อน เลี่ยงกิจกรรมหนัก ๆ ไปก่อน

ทั้งนี้อาจจะมีรอยบวมแดงเล็ก ๆ (ประมาณเหรียญบาท) เกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ ยุบไปเองใน 2-3 วันค่ะ

เจ้าของกำลังดูแลแมวอย่างอ่อนโยนหลังกลับจากการฝังไมโครชิพ

แล้วเมื่อไหร่ที่ควรโทรหาคุณหมอ?

แม้จะเกิดได้น้อยมากๆๆ (น้อยกว่า 0.1% ด้วยซ้ำ) แต่ถ้าเราสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ก็ควรโทรปรึกษาคุณหมอทันทีเพื่อความสบายใจ

  • รอยบวม ไม่ยุบลงเลย หลังผ่านไป 3 วัน หรือดูเหมือนจะบวมมากขึ้น
  • มี หนองหรือเลือดซึม ออกมาจากจุดที่ฝัง
  • น้องแสดง อาการเจ็บชัดเจน เช่น ร้องเสียงหลงเมื่อเราไปโดน
  • มีไข้ ไม่ยอมกินข้าว หรือดูซึมผิดปกติ

การโทรปรึกษาคุณหมอเร็วจะช่วยให้เราจัดการปัญหาได้ทันท่วงที ทำให้น้องปลอดภัยและเราก็หายกังวลค่ะ

ชิปจะ "ไหล" ไปที่อื่น หรือเป็นอันตรายระยะยาวไหม?

หลายคนกลัวว่าชิปจะ “ไหล” ไปทั่วร่างกายรึเปล่า? ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ชิปอาจจะเคลื่อนจากจุดเดิมได้บ้างเล็กน้อย (ไม่เกิน 2-3 เซนติเมตร) แต่จะยังคงอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณใกล้เคียง ไม่ได้เดินทางเข้ากระแสเลือดหรือไปสู่อวัยวะอื่นแน่นอน

เหตุผลก็เพราะว่า ภายในไม่กี่สัปดาห์ ร่างกายของน้อง ๆ จะสร้างเนื้อเยื่อบาง ๆ ขึ้นมาหุ้มชิปไว้ ทำให้มันยึดอยู่กับที่ค่ะ และด้วยขนาดที่เล็กเท่าเมล็ดข้าว น้องจะไม่รู้สึกรำคาญหรือเกะกะเลย

ความปลอดภัยระยะยาวที่มั่นใจได้

มั่นใจได้เลยค่ะว่าไมโครชิพปลอดภัยมาก เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันทั่วโลกมานานกว่า 30 ปีแล้ว และตัวชิปเองก็ผ่านมาตรฐานระดับสากลมากมาย

  • มาตรฐาน ISO: เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ทำให้สแกนได้ทุกที่
  • วัสดุเกรดการแพทย์ (Biocompatible): เป็นวัสดุแบบเดียวกับที่ใช้ในร่างกายคน ไม่ก่อให้เกิดการแพ้
  • ไม่มีแบตเตอรี่: หมดกังวลเรื่องสารเคมีรั่วไหลได้เลยค่ะ

ข้อมูลจากทั่วโลกยืนยันว่าปัญหามีน้อยมาก ๆ ทำให้นี่เป็นหนึ่งในหัตถการที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงค่ะ และสำหรับเจ้าของที่ต้องการความอุ่นใจแบบเรียลไทม์ ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีอย่าง GPS Tracker สำหรับติดตามตำแหน่งของสัตว์เลี้ยง (ซื้อได้ที่นี่) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเสริมความปลอดภัยควบคู่ไปกับไมโครชิพได้เป็นอย่างดี

ถ้าเป็นน้องหมาพันธุ์พิเศษ ขั้นตอนจะน่ากลัวกว่ามั้ย

สำหรับน้องหมาพันธุ์พิเศษอย่างพิทบูลหรือร็อตไวเลอร์ ขั้นตอนการฝังชิปในห้องตรวจ เหมือนกับน้องหมาพันธุ์อื่น ๆ ทุกประการค่ะ ไม่ได้น่ากลัวหรือมีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่าเลย คุณหมอจะใช้เวลาและอุปกรณ์แบบเดียวกัน และดูแลหลังทำเหมือนกันหมด ในห้องตรวจ คุณหมอให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของน้องหมาทุกตัวเท่าเทียมกันค่ะ

ที่ต่างกันคือ ที่ต่างกันคือ "การควบคุมดูแล" ไม่ใช่ "ขั้นตอนการฝังชิป”

ความแตกต่างจะเกิดขึ้น “นอกคลินิก” ค่ะ คือตอนที่เราพาน้อง ๆ ออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ซึ่งตามข้อบัญญัติของ กทม. น้องหมาที่ถูกจัดเป็น “สุนัขควบคุมพิเศษ” จะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเล็กน้อย เช่น:

  • ต้อง ใส่อุปกรณ์ครอบปาก
  • ใช้ สายจูงที่แข็งแรง และจูงในระยะใกล้ตัว
  • ต้องมี ผู้ควบคุมที่มีกำลังเพียงพอ

สายพันธุ์ที่อยู่ในกลุ่มนี้ก็ได้แก่ พิทบูลเทอร์เรีย, บูลเทอร์เรีย, สแตฟฟอร์ดเชอร์ บูลเทอร์เรีย, ร็อตไวเลอร์ และฟิล่า บราซิเลียโร ค่ะ

สุนัขควบคุมพิเศษตามกฎหมาย มี 6 สายพันธุ์

จะแน่ใจได้ไงว่าข้อมูลของเราลงทะเบียนถูกต้อง?

เช็คให้ชัวร์ก่อนออกจากคลินิก

นี่คือเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะทำให้เราสบายใจ 100% ค่ะ

  1. ขอดูการสแกน: หลังจากคุณหมอฝังชิปเสร็จแล้ว ให้ลองขอให้คุณหมอใช้เครื่องสแกนให้ดูตรงนั้นเลย เราจะเห็นเลข 15 หลักปรากฏขึ้นมาบนจอ
  2. เช็คใบรับรอง (คลส. 1): เอกสารใบนี้สำคัญมาก ตรวจดูให้ครบทุกจุด ทั้งเลขไมโครชิพ ชื่อ-สกุลของเรา ชื่อของน้อง และข้อมูลอื่น ๆ ว่าสะกดถูกต้องทั้งหมด

แค่สองขั้นตอนง่าย ๆ นี้ ก็มั่นใจได้เลยว่ากระบวนการฝังชิปสำเร็จเรียบร้อย พร้อมสำหรับไปทำเรื่องจดทะเบียนต่อแล้วค่ะ และนี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะตรวจสอบข้อมูลที่สำคัญที่สุดอีกอย่าง นั่นคือ ป้ายชื่อสลักเบอร์โทรศัพท์ (ซื้อได้ที่นี่) ที่คล้องอยู่กับ ปลอกคอที่แข็งแรงและปลอดภัย (ซื้อได้ที่นี่) เพราะนี่คือช่องทางการติดต่อที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดเมื่อมีคนเจอน้องครับ

เมื่อใจพร้อม...ก็ไปขั้นตอนต่อไปกันเลย!

ตอนนี้คุณน่าจะสบายใจและหายกังวลเรื่องการฝังไมโครชิพแล้วนะคะ จะเห็นว่ามันเป็นขั้นตอนที่ง่าย ปลอดภัย และเจ็บน้อยกว่าที่คิดเยอะเลย

เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม ก็ถึงเวลาจัดการเรื่องเอกสารให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติกทม. กันต่อแล้วค่ะ บทความนี้เป็นเหมือนเพื่อนที่คอยให้กำลังใจ ส่วนถ้าอยากได้คู่มือแบบละเอียดทุกขั้นตอน ก็ตามไปอ่านกันต่อได้ที่ คู่มือการจดทะเบียนฉบับสมบูรณ์ ของเราได้เลย!

Share
Picture of ทีม DEEMMI – แพลตฟอร์มสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง
ทีม DEEMMI – แพลตฟอร์มสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง

ให้บริการค้นหาสถานที่ Pet Friendly, โรงพยาบาลสัตว์, บริการขนส่งสัตว์เลี้ยง, อาบน้ำตัดขน และที่พักสัตว์เลี้ยง พร้อมโปรโมชันและกิจกรรมรับ Pet Tag ฟรี สำหรับเพิ่มความปลอดภัยให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณ

โปรโมชั่น

สอบถามบริการ แอดเลย

บทความแนะนำ

สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
ช่วงเทศกาลปีใหม่คือเวลาของความสุขสำหรับคน แต่กลับเป็นช่วงความเครียดสำหรับสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก โดยเฉพาะ สุนัขกลัวเสียงพลุ และ แมวกลัวเสียงพลุ ที่จะตกใจง่าย วิ่งหนี ซ่อนตัว หรือบางครั้งมีอาการสั่น หอบ หัวใจเต้นเร็วจากความเครียดเฉียบพลัน เสียงพลุและประทัดดังแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะประสาทการได้ยินของพวกเขาไวกว่าเราหลายเท่า การเตรียมตัวล่วงหน้าและการรับมือที่ถูกวิธีจะช่วยให้น้องหมาน้องแมวรู้สึกสงบขึ้น ไม่ตื่นกลัว และลดความเสี่ยงที่จะหนีออกจากบ้านในคืนปีใหม่ เพื่อให้ทุกบ้านผ่านคืนส่งท้ายปีด้วยความปลอดภัยทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
ปีใหม่ทั้งที หลายบ้านก็อยากพาเจ้านายสี่ขาออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ว่าจะขึ้นเขา เที่ยวทะเล หรือแวะพักที่พัก Pet-Friendly ระหว่างทาง แต่การพาสุนัขเที่ยวปีใหม่ หรือพาแมวเดินทางไกล ไม่ใช่แค่การอุ้มน้องขึ้นรถแล้วไปเลย เพราะน้องต้องการของใช้เฉพาะตัว ทั้งเรื่องความปลอดภัย อาหาร ยา ของใช้ประจำวัน และไอเทมที่ช่วยให้การเดินทางสบายขึ้น มีของใช้น้องหมา น้องแมว หลายอย่างที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนออกทริป ทั้งคาร์ซีทสุนัข กระเป๋าเดินทางแมว ยาแก้เมาหมาแมว ของเล่น ที่นอน และอุปกรณ์เดินทางอีกเพียบ เพื่อให้น้องเที่ยวอย่างปลอดภัย ไม่เครียด และสนุกกับปีใหม่ไปพร้อมกับทุกคนในครอบครัว
สัตว์เลี้ยงสุนัข
สัตว์เลี้ยงสุนัข
อากาศเย็นสบายในช่วงหน้าหนาวอาจทำให้เหล่าทาสรู้สึกชิลล์ขึ้น แต่สำหรับน้อนหมาแล้ว “อากาศเย็น” อาจกลายเป็นภัยเงียบที่ก่อให้เกิด โรคสุนัขหน้าหนาว ได้โดยไม่รู้ตัว! โดยเฉพาะแก๊งน้อนหมาสูงวัย, เบบี๋ลูกสุนัข, หรือสายพันธุ์ขนสั้นตัวจิ๋ว ล้วนเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหวัดสุนัข (Kennel cough), โรคหัดสุนัข (โรคร้ายแรง!), ภาวะตัวเย็น (Hypothermia) หรือแม้แต่ โรคข้อเสื่อมในสุนัข ที่มักกำเริบหนักมากเมื่ออากาศหนาว ดังนั้น พ่อ ๆ แม่ ๆ ต้องเรียนรู้วิธี ดูแลสุนัขหน้าหนาว อย่างถูกต้อง บทความนี้ Pet Deemmi รวบรวมคำแนะนำจากสัตวแพทย์ พร้อมวิธีดูแลและป้องกันแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้มั่นใจว่า “หน้าหนาวนี้ ลูกรักสี่ขาของเราจะปลอดภัยและอบอุ่น”