การฝังไมโครชิพน้องจะเจ็บมากมั้ย แล้วต้องเตรียมตัวน้องยังไง
สรุปแล้ว...เจ็บระดับไหนกันนะ?
ตอบสั้น ๆ เลยก็คือ เจ็บน้อยกว่าที่คิดเยอะค่ะ คุณหมอหลายท่านเปรียบเทียบว่าเหมือน “มดกัด” หรือ “สะดุ้งตอนฉีดวัคซีน” แป๊บเดียวจริง ๆ เพราะใช้เวลาแค่ 2-3 วินาทีเท่านั้น เข็มที่ใช้อาจจะดูใหญ่กว่าเข็มฉีดยานิดหน่อย แต่ก็คมกว่ามาก และจะฝังลงไปแค่ใต้ผิวหนังบริเวณไหล่
แล้วเราจะช่วยให้น้องใจเย็นลงได้ยังไง?
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความเครียดของน้อง ๆ ได้เยอะเลยค่ะ ลองใช้เคล็ดลับง่าย ๆ เหล่านี้ดูนะคะ
- ก่อนออกจากบ้าน ลองเล่นกับน้องให้เหนื่อยหน่อย จะได้ปล่อยพลังงานออกไปบ้าง
- ระหว่างเดินทาง ใช้ผ้าห่มผืนโปรดที่มีกลิ่นของเราห่อตัวน้องไว้ จะช่วยให้รู้สึกปลอดภัยขึ้น
- ที่คลินิก ตอนนั่งรอคิว พยายามพูดกับน้องด้วยน้ำเสียงที่สงบและผ่อนคลาย การลูบคางเบา ๆ จะช่วยให้น้องสบายใจกว่าการกอดแน่น ๆ ที่อาจทำให้อึดอัดได้ค่ะ
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้ทั้งเราและน้อง ๆ ผ่านไปได้อย่างสบาย ๆ เลยค่ะ
หลังฝังชิป ต้องดูแลแผลเป็นพิเศษรึเปล่า?
การดูแลหลังกลับถึงบ้าน
ข่าวดีก็คือ แทบไม่ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษเลยค่ะ เพราะมันไม่ใช่ “แผลผ่าตัด” เป็นแค่รูเข็มเล็กจิ๋วที่จะปิดเองอย่างรวดเร็ว แต่ในช่วงวันสองวันแรก ก็มีข้อแนะนำเล็กน้อย คือ
- งดอาบน้ำ ไปก่อนสัก 1-2 วัน
- พยายาม อย่าให้น้องเกาหรือเลีย บริเวณที่ฝังแรง ๆ
- ให้น้องได้พักผ่อน เลี่ยงกิจกรรมหนัก ๆ ไปก่อน
ทั้งนี้อาจจะมีรอยบวมแดงเล็ก ๆ (ประมาณเหรียญบาท) เกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ ยุบไปเองใน 2-3 วันค่ะ
แล้วเมื่อไหร่ที่ควรโทรหาคุณหมอ?
แม้จะเกิดได้น้อยมากๆๆ (น้อยกว่า 0.1% ด้วยซ้ำ) แต่ถ้าเราสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ก็ควรโทรปรึกษาคุณหมอทันทีเพื่อความสบายใจ
- รอยบวม ไม่ยุบลงเลย หลังผ่านไป 3 วัน หรือดูเหมือนจะบวมมากขึ้น
- มี หนองหรือเลือดซึม ออกมาจากจุดที่ฝัง
- น้องแสดง อาการเจ็บชัดเจน เช่น ร้องเสียงหลงเมื่อเราไปโดน
- มีไข้ ไม่ยอมกินข้าว หรือดูซึมผิดปกติ
การโทรปรึกษาคุณหมอเร็วจะช่วยให้เราจัดการปัญหาได้ทันท่วงที ทำให้น้องปลอดภัยและเราก็หายกังวลค่ะ
ชิปจะ "ไหล" ไปที่อื่น หรือเป็นอันตรายระยะยาวไหม?
หลายคนกลัวว่าชิปจะ “ไหล” ไปทั่วร่างกายรึเปล่า? ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ชิปอาจจะเคลื่อนจากจุดเดิมได้บ้างเล็กน้อย (ไม่เกิน 2-3 เซนติเมตร) แต่จะยังคงอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณใกล้เคียง ไม่ได้เดินทางเข้ากระแสเลือดหรือไปสู่อวัยวะอื่นแน่นอน
เหตุผลก็เพราะว่า ภายในไม่กี่สัปดาห์ ร่างกายของน้อง ๆ จะสร้างเนื้อเยื่อบาง ๆ ขึ้นมาหุ้มชิปไว้ ทำให้มันยึดอยู่กับที่ค่ะ และด้วยขนาดที่เล็กเท่าเมล็ดข้าว น้องจะไม่รู้สึกรำคาญหรือเกะกะเลย
ความปลอดภัยระยะยาวที่มั่นใจได้
มั่นใจได้เลยค่ะว่าไมโครชิพปลอดภัยมาก เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันทั่วโลกมานานกว่า 30 ปีแล้ว และตัวชิปเองก็ผ่านมาตรฐานระดับสากลมากมาย
- มาตรฐาน ISO: เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ทำให้สแกนได้ทุกที่
- วัสดุเกรดการแพทย์ (Biocompatible): เป็นวัสดุแบบเดียวกับที่ใช้ในร่างกายคน ไม่ก่อให้เกิดการแพ้
- ไม่มีแบตเตอรี่: หมดกังวลเรื่องสารเคมีรั่วไหลได้เลยค่ะ
ข้อมูลจากทั่วโลกยืนยันว่าปัญหามีน้อยมาก ๆ ทำให้นี่เป็นหนึ่งในหัตถการที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงค่ะ และสำหรับเจ้าของที่ต้องการความอุ่นใจแบบเรียลไทม์ ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีอย่าง GPS Tracker สำหรับติดตามตำแหน่งของสัตว์เลี้ยง (ซื้อได้ที่นี่) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเสริมความปลอดภัยควบคู่ไปกับไมโครชิพได้เป็นอย่างดี
ถ้าเป็นน้องหมาพันธุ์พิเศษ ขั้นตอนจะน่ากลัวกว่ามั้ย
สำหรับน้องหมาพันธุ์พิเศษอย่างพิทบูลหรือร็อตไวเลอร์ ขั้นตอนการฝังชิปในห้องตรวจ เหมือนกับน้องหมาพันธุ์อื่น ๆ ทุกประการค่ะ ไม่ได้น่ากลัวหรือมีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่าเลย คุณหมอจะใช้เวลาและอุปกรณ์แบบเดียวกัน และดูแลหลังทำเหมือนกันหมด ในห้องตรวจ คุณหมอให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของน้องหมาทุกตัวเท่าเทียมกันค่ะ
ที่ต่างกันคือ ที่ต่างกันคือ "การควบคุมดูแล" ไม่ใช่ "ขั้นตอนการฝังชิป”
ความแตกต่างจะเกิดขึ้น “นอกคลินิก” ค่ะ คือตอนที่เราพาน้อง ๆ ออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ซึ่งตามข้อบัญญัติของ กทม. น้องหมาที่ถูกจัดเป็น “สุนัขควบคุมพิเศษ” จะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเล็กน้อย เช่น:
- ต้อง ใส่อุปกรณ์ครอบปาก
- ใช้ สายจูงที่แข็งแรง และจูงในระยะใกล้ตัว
- ต้องมี ผู้ควบคุมที่มีกำลังเพียงพอ
สายพันธุ์ที่อยู่ในกลุ่มนี้ก็ได้แก่ พิทบูลเทอร์เรีย, บูลเทอร์เรีย, สแตฟฟอร์ดเชอร์ บูลเทอร์เรีย, ร็อตไวเลอร์ และฟิล่า บราซิเลียโร ค่ะ
จะแน่ใจได้ไงว่าข้อมูลของเราลงทะเบียนถูกต้อง?
เช็คให้ชัวร์ก่อนออกจากคลินิก
นี่คือเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะทำให้เราสบายใจ 100% ค่ะ
- ขอดูการสแกน: หลังจากคุณหมอฝังชิปเสร็จแล้ว ให้ลองขอให้คุณหมอใช้เครื่องสแกนให้ดูตรงนั้นเลย เราจะเห็นเลข 15 หลักปรากฏขึ้นมาบนจอ
- เช็คใบรับรอง (คลส. 1): เอกสารใบนี้สำคัญมาก ตรวจดูให้ครบทุกจุด ทั้งเลขไมโครชิพ ชื่อ-สกุลของเรา ชื่อของน้อง และข้อมูลอื่น ๆ ว่าสะกดถูกต้องทั้งหมด
แค่สองขั้นตอนง่าย ๆ นี้ ก็มั่นใจได้เลยว่ากระบวนการฝังชิปสำเร็จเรียบร้อย พร้อมสำหรับไปทำเรื่องจดทะเบียนต่อแล้วค่ะ และนี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะตรวจสอบข้อมูลที่สำคัญที่สุดอีกอย่าง นั่นคือ ป้ายชื่อสลักเบอร์โทรศัพท์ (ซื้อได้ที่นี่) ที่คล้องอยู่กับ ปลอกคอที่แข็งแรงและปลอดภัย (ซื้อได้ที่นี่) เพราะนี่คือช่องทางการติดต่อที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดเมื่อมีคนเจอน้องครับ
เมื่อใจพร้อม...ก็ไปขั้นตอนต่อไปกันเลย!
ตอนนี้คุณน่าจะสบายใจและหายกังวลเรื่องการฝังไมโครชิพแล้วนะคะ จะเห็นว่ามันเป็นขั้นตอนที่ง่าย ปลอดภัย และเจ็บน้อยกว่าที่คิดเยอะเลย
เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม ก็ถึงเวลาจัดการเรื่องเอกสารให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติกทม. กันต่อแล้วค่ะ บทความนี้เป็นเหมือนเพื่อนที่คอยให้กำลังใจ ส่วนถ้าอยากได้คู่มือแบบละเอียดทุกขั้นตอน ก็ตามไปอ่านกันต่อได้ที่ คู่มือการจดทะเบียนฉบับสมบูรณ์ ของเราได้เลย!
บทความน่าสนใจของ DEEMMI: 7 วิธีปั้นความสุขให้น้องหมาในวันฝนตกและอากาศหนาวเย็น
ให้บริการค้นหาสถานที่ Pet Friendly, โรงพยาบาลสัตว์, บริการขนส่งสัตว์เลี้ยง, อาบน้ำตัดขน และที่พักสัตว์เลี้ยง พร้อมโปรโมชันและกิจกรรมรับ Pet Tag ฟรี สำหรับเพิ่มความปลอดภัยให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณ