สุนัขหมา

เมื่อฤดูฝนมาเยือน ไม่ได้มีเพียงความชุ่มฉ่ำ แต่ยังพาแขกไม่ได้รับเชิญอย่าง "เห็บ" มาด้วย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคร้ายมาสู่สุนัขแสนรักของคุณ หนึ่งในนั้นคือ โรคพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข หรือที่หลายคนเรียกว่า ไข้เห็บสุนัข ซึ่งเป็นโรคที่อันตรายกว่าที่คิด บทความนี้จะพาเจ้าของทุกคนไปทำความรู้จักโรคนี้ให้มากขึ้น ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ไปจนถึงวิธีป้องกันที่ถูกต้อง
เห็บสุนัขสีน้ำตาลที่เป็นพาหะของโรคพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข (Brown ticks as a carrier of blood parasites)

โรคพยาธิเม็ดเลือดในสุนัขคืออะไร? เกิดจากอะไร?

โรคพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข (Canine Blood Parasite) คือโรคติดเชื้อในกระแสเลือดที่เกิดจากปรสิตขนาดเล็ก โดยมี เห็บ เป็นพาหะสำคัญ เชื้อปรสิตเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายสุนัขผ่านการกัดของเห็บ จากนั้นจะอาศัยอยู่ในเม็ดเลือดและทำลายระบบเลือดอย่างต่อเนื่อง

พยาธิเม็ดเลือดในสุนัข อันตรายแค่ไหน?

โรคพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข หรือไข้เห็บ เป็นโรคที่อันตรายกว่าที่หลายคนคิด เพราะสามารถทำให้สุนัขป่วยหนักและเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา อาการเริ่มต้นอาจแค่ซึม เบื่ออาหาร มีไข้ แต่เมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลาม ร่างกายจะอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว ระบบเลือดผิดปกติ จนอวัยวะสำคัญทำงานผิดปกติและนำไปสู่ภาวะช็อกหรือเสียชีวิตในที่สุด

แม้โรคนี้จะสามารถรักษาให้หายได้ แต่ความสำคัญคือ “ต้องรักษาให้ทัน” เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน โอกาสหายขาดยิ่งน้อยลง และอาจกลายเป็นโรคเรื้อรังที่รักษายากค่ะ

Deemmi_Pet_Advertising Banner

เช็กด่วน! 7 อาการพยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่ต้องสังเกต

อาการของโรคนี้อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและสุขภาพของสุนัข แต่โดยรวมแล้ว อาการที่พบบ่อยมีดังนี้:

  • มีไข้สูง ตัวร้อนผิดปกติ บางตัวอาจจับตัวแล้วรู้สึกร้อนกว่าปกติ
  • ซึม เบื่ออาหาร ไม่ร่าเริงเหมือนเคย เหมือนป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เหงือก ลิ้น หรือเปลือกตาซีดขาวกว่าปกติ สัญญาณของภาวะโลหิตจาง เพราะเม็ดเลือดถูกทำลาย ทำให้เลือดจาง
  • มีจุดเลือดออก หรือจ้ำเลือดออกตามผิวหนัง เช่น บริเวณท้อง ใบหู
  • เลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกตามไรฟัน 
  • น้ำหนักลดอย่างไม่ทราบสาเหตุ แม้จะกินอาหารตามปกติหรือลดลงเพียงเล็กน้อย
  • ในบางกรณีอาจมีอาการทางระบบประสาท เช่น เดินเซ หรือชัก

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ทันที

รู้จัก 3 เชื้อร้ายที่เป็นสาเหตุหลักของโรคพยาธิเม็ดเลือด

คำว่า “พยาธิเม็ดเลือด” เป็นคำเรียกรวม ๆ ของเชื้อหลายชนิด แต่มี 3 ชนิดหลักที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่

1. เออร์ลิเซีย แคนิส (Ehrlichia canis): เชื้อยอดฮิต ติดจากเห็บโดยตรง

เป็นเชื้อที่พบได้บ่อยที่สุด อาศัยอยู่ในเม็ดเลือดขาว แต่ส่งผลกระทบวงกว้าง ทำให้เกล็ดเลือดและเม็ดเลือดแดงต่ำ อาการเด่นชัดคือมีไข้สูง เลือดกำเดาไหล และมีจุดเลือดออกตามตัว การรักษามักจะต้องให้ยาฆ่าเชื้อต่อเนื่องอย่างน้อย 4 สัปดาห์ และห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด

2. บาบีเซีย (Babesia spp.): ตัวร้ายทำลายเม็ดเลือดแดง

เชื้อกลุ่มนี้เป็นโปรโตซัวที่มุ่งเป้าทำลายเม็ดเลือดแดงโดยตรง ทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกอย่างรุนแรง อาการที่พบจึงมักเกี่ยวกับภาวะโลหิตจาง เช่น อ่อนเพลีย เหงือกซีด และมีปัสสาวะสีเข้มเหมือนสีโคล่า การรักษาอาจจำเป็นต้องใช้ยาฉีดเพื่อฆ่าเชื้อ และในเคสที่รุนแรงอาจต้องมีการให้เลือดเพื่อช่วยชีวิต

3. เฮปาโตซูน แคนิส (Hepatozoon canis): ติดเชื้อจากการ "กินเห็บ"

เชื้อชนิดนี้มีความพิเศษตรงที่สุนัขจะติดเชื้อได้ก็ต่อเมื่อ “กินเห็บ” ที่มีเชื้อเข้าไป เชื้อจะอาศัยในเม็ดเลือดขาวและมักไม่แสดงอาการรุนแรงในทันที แต่จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อย ๆ มีไข้ต่ำ ๆ เป็น ๆ หาย ๆ ปวดกล้ามเนื้อ และอาจแสดงอาการเจ็บขาหรือเดินผิดปกติ

ภาพประกอบเชื้อโรคในเม็ดเลือดที่เป็นสาเหตุของไข้เห็บสุนัข (Blood parasites in dog's red blood cells)

การวินิจฉัยและแนวทางการรักษาโรคพยาธิเม็ดเลือด

สัตวแพทย์จะวินิจฉัยโรคจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจเลือดเพื่อดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดและตรวจหาเชื้อโดยตรง การรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและความรุนแรงของอาการ โดยทั่วไปจะมีการให้ยาฆ่าเชื้อที่ตรงกับโรค อาจเป็นยากินหรือยาฉีด ร่วมกับการรักษาตามอาการ เช่น การให้สารน้ำ ยาลดไข้ หรือการให้เลือดในกรณีที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรง ซึ่งในช่วงพักฟื้นหลังการรักษา สัตวแพทย์อาจแนะนำให้เสริมด้วย อาหารเสริมที่ช่วยบำรุงเลือดโดยเฉพาะ (ซื้อได้ที่นี่) เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากภาวะโลหิตจางได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การติดเชื้อและการได้รับยาต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับได้ การให้วิตามินเสริมที่ช่วยบำรุงการทำงานของตับ (ซื้อได้ที่นี่) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยดูแลสุขภาพของน้อง ๆ ในระยะยาว

วิธีป้องกันพยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่ดีที่สุด

“การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา”เสมอ นอกเหนือจากการใช้ผลิตภัณฑ์ควบคุมและกำจัดเห็บซึ่งเป็นหัวใจหลักแล้ว การดูแลสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงก็เป็นเกราะป้องกันที่สำคัญ การเสริมด้วย วิตามินรวมที่ช่วยบำรุงร่างกายและเสริมภูมิคุ้มกัน (ซื้อได้ที่นี่) จะช่วยให้น้องหมามีสุขภาพพื้นฐานที่ดี พร้อมต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

  • ควบคุมและกำจัดเห็บ: ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บหมัดที่เหมาะสมกับสุนัขของคุณอย่างสม่ำเสมอ เช่น ยาหยอดหลังคอ ปลอกคอกันเห็บ หรือยากิน ซึ่งควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
  • ดูแลสิ่งแวดล้อม: ทำความสะอาดบริเวณที่อยู่อาศัยของสุนัขเป็นประจำเพื่อกำจัดเห็บที่อาจซ่อนตัวอยู่
  • ตรวจสุขภาพประจำปี: การพาสุนัขไปตรวจสุขภาพและตรวจเลือดเป็นประจำ จะช่วยให้ตรวจเจอโรคได้เร็วขึ้น

อ่านเรื่อง โปรแกรมฉีดวัคซีนสุนัข มีอะไรที่เจ้าของมือใหม่ควรรู้

การจับเห็บออกจากตัวสุนัขด้วยมือเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะเราไม่สามารถกำจัดไข่หรือตัวอ่อนของเห็บได้หมดสิ้น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ทำไมเจ้าของต้องใส่ใจโรคพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข

เพราะโรคพยาธิเม็ดเลือดในสุนัขเป็นภัยเงียบที่พบได้บ่อยในบ้านเรา โดยเฉพาะสุนัขที่มีเห็บหรือออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน เจ้าของหลายคนอาจไม่รู้ว่าสุนัขติดโรคแล้ว เนื่องจากอาการช่วงแรกมักไม่ชัดเจน แต่หากปล่อยทิ้งไว้ อาการจะรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

  • เป็นโรคที่ป้องกันได้ง่าย แต่ถ้าปล่อยให้เป็นแล้ว อันตรายถึงชีวิต
  • สุนัขที่เคยติดโรคนี้ อาจกลับมาเป็นซ้ำอีกได้ แม้รักษาหายแล้ว
  • ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคนี้สูงกว่าค่าป้องกันหลายเท่า
  • การกำจัดเห็บและดูแลความสะอาดที่อยู่อาศัยช่วยลดความเสี่ยงโรคนี้ได้จริง

หากไม่อยากเห็นน้องหมาเจ็บป่วยหนัก เจ้าของควรให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคพยาธิเม็ดเลือดตั้งแต่เนิ่น ๆ จะดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคไข้เห็บ (FAQ)

Q1: พยาธิเม็ดเลือดในสุนัข อันตรายถึงชีวิตไหม?

A: อันตรายถึงชีวิตได้ หากตรวจพบช้าและไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เชื้อสามารถทำลายระบบเลือดและอวัยวะภายในจนทำให้สุนัขเสียชีวิตได้

Q2: โรคนี้ติดต่อจากสุนัขสู่คนหรือไม่?

A: โดยทั่วไปแล้ว โรคพยาธิเม็ดเลือดในสุนัขไม่ติดต่อโดยตรงจากสุนัขสู่คน แต่คนก็สามารถติดเชื้อลักษณะคล้ายกันจากการถูกเห็บชนิดเดียวกันกัดได้เช่นกัน

Q3: ต้องกำจัดเห็บที่บ้านและบนตัวสุนัขอย่างไร?

A: ควรใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บทั้งบนตัวสุนัข (ยาหยอดหลัง, ยากิน) และในสิ่งแวดล้อม (สเปรย์พ่น, การทำความสะอาด) ควบคู่กันไป ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวางโปรแกรมการป้องกันที่เหมาะสม

Q4: พยาธิเม็ดเลือดในสุนัข รักษาหายขาดไหม?

A: โรคพยาธิเม็ดเลือดในสุนัขสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบและได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แต่ในบางกรณีที่สุนัขติดเชื้อในระยะเรื้อรังหรือได้รับการรักษาช้า อาจมีเชื้อหลงเหลือในร่างกาย ทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ การติดตามอาการและตรวจเลือดซ้ำตามคำแนะนำของสัตวแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญ

Q5: ฉีดยาป้องกันเห็บอย่างเดียว เพียงพอไหม?

A: การฉีดยาหรือหยอดเห็บช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่เพียงพอ 100% เจ้าของควรเสริมด้วยการกำจัดเห็บในสภาพแวดล้อม เช่น ทำความสะอาดพื้นบ้าน กรง ที่นอนสุนัข รวมถึงตรวจเช็กตัวสุนัขเป็นประจำ หากพบเห็บควรกำจัดทันที การป้องกันหลายทางพร้อมกัน จะช่วยลดโอกาสที่สุนัขจะติดพยาธิเม็ดเลือดได้ดีที่สุด

Share
Picture of ทีม DEEMMI – แพลตฟอร์มสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง
ทีม DEEMMI – แพลตฟอร์มสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง

ให้บริการค้นหาสถานที่ Pet Friendly, โรงพยาบาลสัตว์, บริการขนส่งสัตว์เลี้ยง, อาบน้ำตัดขน และที่พักสัตว์เลี้ยง พร้อมโปรโมชันและกิจกรรมรับ Pet Tag ฟรี สำหรับเพิ่มความปลอดภัยให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณ

โปรโมชั่น

สอบถามบริการ แอดเลย

บทความแนะนำ

สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
ช่วงเทศกาลปีใหม่คือเวลาของความสุขสำหรับคน แต่กลับเป็นช่วงความเครียดสำหรับสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก โดยเฉพาะ สุนัขกลัวเสียงพลุ และ แมวกลัวเสียงพลุ ที่จะตกใจง่าย วิ่งหนี ซ่อนตัว หรือบางครั้งมีอาการสั่น หอบ หัวใจเต้นเร็วจากความเครียดเฉียบพลัน เสียงพลุและประทัดดังแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะประสาทการได้ยินของพวกเขาไวกว่าเราหลายเท่า การเตรียมตัวล่วงหน้าและการรับมือที่ถูกวิธีจะช่วยให้น้องหมาน้องแมวรู้สึกสงบขึ้น ไม่ตื่นกลัว และลดความเสี่ยงที่จะหนีออกจากบ้านในคืนปีใหม่ เพื่อให้ทุกบ้านผ่านคืนส่งท้ายปีด้วยความปลอดภัยทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
ปีใหม่ทั้งที หลายบ้านก็อยากพาเจ้านายสี่ขาออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ว่าจะขึ้นเขา เที่ยวทะเล หรือแวะพักที่พัก Pet-Friendly ระหว่างทาง แต่การพาสุนัขเที่ยวปีใหม่ หรือพาแมวเดินทางไกล ไม่ใช่แค่การอุ้มน้องขึ้นรถแล้วไปเลย เพราะน้องต้องการของใช้เฉพาะตัว ทั้งเรื่องความปลอดภัย อาหาร ยา ของใช้ประจำวัน และไอเทมที่ช่วยให้การเดินทางสบายขึ้น มีของใช้น้องหมา น้องแมว หลายอย่างที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนออกทริป ทั้งคาร์ซีทสุนัข กระเป๋าเดินทางแมว ยาแก้เมาหมาแมว ของเล่น ที่นอน และอุปกรณ์เดินทางอีกเพียบ เพื่อให้น้องเที่ยวอย่างปลอดภัย ไม่เครียด และสนุกกับปีใหม่ไปพร้อมกับทุกคนในครอบครัว
สัตว์เลี้ยงสุนัข
สัตว์เลี้ยงสุนัข
อากาศเย็นสบายในช่วงหน้าหนาวอาจทำให้เหล่าทาสรู้สึกชิลล์ขึ้น แต่สำหรับน้อนหมาแล้ว “อากาศเย็น” อาจกลายเป็นภัยเงียบที่ก่อให้เกิด โรคสุนัขหน้าหนาว ได้โดยไม่รู้ตัว! โดยเฉพาะแก๊งน้อนหมาสูงวัย, เบบี๋ลูกสุนัข, หรือสายพันธุ์ขนสั้นตัวจิ๋ว ล้วนเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหวัดสุนัข (Kennel cough), โรคหัดสุนัข (โรคร้ายแรง!), ภาวะตัวเย็น (Hypothermia) หรือแม้แต่ โรคข้อเสื่อมในสุนัข ที่มักกำเริบหนักมากเมื่ออากาศหนาว ดังนั้น พ่อ ๆ แม่ ๆ ต้องเรียนรู้วิธี ดูแลสุนัขหน้าหนาว อย่างถูกต้อง บทความนี้ Pet Deemmi รวบรวมคำแนะนำจากสัตวแพทย์ พร้อมวิธีดูแลและป้องกันแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้มั่นใจว่า “หน้าหนาวนี้ ลูกรักสี่ขาของเราจะปลอดภัยและอบอุ่น”