สุนัขหมา

คนรักสัตว์เลี้ยงทั้งหมาและแมวต้องรู้! มาเรียนรู้ความแตกต่างของภาษากายน้องหมา น้องแมว เพื่อความเข้าใจและลดปัญหาการทะเลาะกัน
ถอดรหัสภาษากาย! หมา แมว ต่างกันยังไง? ทาสรู้ไว้ ชีวิตง่ายขึ้น! (dogs and cats body language)

คนรักสัตว์หลายคนคงใฝ่ฝันที่จะมีทั้งน้องหมาและน้องแมวมาเป็นเพื่อนคู่ใจในบ้านเดียวกัน แต่การจะทำให้สัตว์สองชนิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หนึ่งในอุปสรรคสำคัญก็คือ “ภาษากาย” ที่แตกต่างกันของพวกเขา หากเราไม่เข้าใจวิธีการสื่อสารของพวกเขา อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด ความขัดแย้ง และแม้กระทั่งการทะเลาะเบาะแว้งกันได้

ดังนั้น วันนี้เราจะพาคุณไปถอดรหัสภาษากายของน้องหมาและน้องแมว เพื่อให้คุณสามารถเข้าใจพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้พวกเขาอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

Dog body languague (1)

ภาษากายน้องหมา: สื่อสารตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย

น้องหมาเป็นสัตว์สังคมที่มีการสื่อสารที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา พวกเขาใช้หลายส่วนของร่างกายในการสื่อสารความรู้สึกและความต้องการของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น:

  • ตา: ดวงตาของน้องหมาสามารถบอกอะไรได้หลายอย่าง เช่น ถ้าพวกเขามีแววตาสดใสเบิกกว้าง แสดงว่ากำลังตื่นเต้นหรือมีความสุข แต่ถ้าตาหรี่ลงหรือหลบสายตา อาจหมายถึงความกลัวหรือไม่สบายใจ
  • หาง: การกระดิกหางของน้องหมาเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่ง หางที่ส่ายไปมาอย่างรวดเร็วบ่งบอกถึงความดีใจและเป็นมิตร หางที่ตั้งตรงแสดงถึงความมั่นใจหรือการท้าทาย ในขณะที่หางที่จุกตูดบ่งบอกถึงความกลัวหรือยอมแพ้
  • หู: หูของน้องหมาสามารถบ่งบอกถึงอารมณ์ของพวกเขาได้เช่นกัน หูที่ตั้งขึ้นแสดงถึงความสนใจหรือตื่นตัว ในขณะที่หูที่ลู่ไปด้านหลังแสดงถึงความกลัวหรือกังวล
  • การเคลื่อนไหว: น้องหมาที่กระโดดโลดเต้น มักจะแสดงถึงความตื่นเต้นหรือต้องการเล่น ในขณะที่น้องหมาที่หมอบลงกับพื้น อาจกำลังแสดงความอ่อนน้อมหรือยอมแพ้
  • เสียงเห่า/ร้อง: เสียงเห่าของน้องหมามีหลายแบบ และแต่ละแบบก็มีความหมายที่แตกต่างกันไป เช่น เห่าเสียงสั้นๆ อาจเป็นการทักทาย เห่าเสียงยาวๆ อาจเป็นการเตือนภัย หรือเห่าเสียงคราง อาจเป็นการแสดงความก้าวร้าว
Cat body language (1)

ภาษากายน้องแมว: ละเอียดอ่อน ซับซ้อน ต้องสังเกตให้ดี

น้องแมวเป็นสัตว์ที่มีภาษากายที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนกว่าน้องหมา การจะเข้าใจความรู้สึกของพวกเขา ต้องอาศัยการสังเกตและการตีความที่ละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของหางและหู

  • หาง: การแกว่งหางของน้องแมวไม่ได้หมายถึงความดีใจเสมอไป หากหางแกว่งไปมาอย่างรวดเร็ว อาจแสดงถึงความไม่พอใจหรือความกังวล หางที่ตั้งตรงปลายงอเป็นตะขอแสดงถึงความเป็นมิตรและผ่อนคลาย แต่ถ้าหางตั้งตรงและพองฟู นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าน้องแมวกำลังโกรธจัด อย่าเข้าใกล้เป็นอันขาด!
  • หู: หูของน้องแมวก็สามารถบ่งบอกถึงอารมณ์ของพวกเขาได้เช่นกัน หูที่ตั้งตรงและหันไปข้างหน้าแสดงถึงความสนใจและตื่นตัว หูที่ลู่ไปด้านหลังอาจหมายถึงความกลัว ความก้าวร้าว หรือความไม่พอใจ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และภาษากายอื่นๆ ที่แสดงออกมา
  • ตา: ดวงตาของน้องแมวสามารถปรับขนาดรูม่านตาได้ตามปริมาณแสง ทำให้การตีความอารมณ์จากดวงตาทำได้ยากขึ้น แต่โดยทั่วไปแล้ว ดวงตาที่เบิกกว้างแสดงถึงความสนใจหรือตื่นเต้น ในขณะที่ดวงตาที่หรี่ลงอาจหมายถึงความผ่อนคลายหรือความพึงพอใจ
  • เสียงร้อง: น้องแมวมีเสียงร้องที่หลากหลาย เช่น เสียงร้องเบาๆ อาจเป็นการทักทายหรือขออาหาร เสียงร้องยาวๆ หรือเสียงขู่ฟ่อ อาจเป็นการแสดงความไม่พอใจหรือความก้าวร้าว
The 2 images of dogs and cats when they are glad and fear (1)

1. ถอดรหัสภาษากายของหมาแมว: หาง

  • น้องหมา: ส่ายหาง = ดีใจ, หางจุกตูด = กลัว
  • น้องแมว: แกว่งหาง = อารมณ์ไม่ดี, หางตั้งตรง = ดีใจ
Dogs are cats ears when they show their body languague (1)

2. ถอดรหัสภาษากายของหมาแมว: หู

  • น้องหมา: หูลู่ไปด้านหลัง = กลัว/ไม่ไว้ใจ
  • น้องแมว: หูลู่ไปด้านหลัง = ข่มขู่/กลัว (ขึ้นอยู่กับสถานการณ์)
The dogs are normally barking, while cats are sounding to protect themselves (1)

3. ถอดรหัสภาษากายของหมาแมว: เสียง

  • น้องหมา: สื่อสารด้วยการเห่าเป็นหลัก
  • น้องแมว: สื่อสารด้วยการร้องและเสียงขู่ฟ่อ

เข้าใจภาษากายหมาแมว เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

การทำความเข้าใจภาษากายของน้องหมาและน้องแมวเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและลดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งกัน เจ้าของควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงทั้งสองชนิด และเรียนรู้ที่จะแปลความหมายของภาษากายของพวกเขา

หากพบว่าสุนัขและแมวมีท่าทีที่ไม่เป็นมิตรต่อกัน ควรแยกพวกเขาออกจากกันทันที และพยายามหาสาเหตุของความขัดแย้ง เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง

เคล็ดลับเพิ่มเติมคือการสร้าง “ช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกัน” โดยให้แต่ละตัวมีกิจกรรมที่ผ่อนคลายของตัวเองในพื้นที่เดียวกัน เช่น การให้ไม้มาทาบิสำหรับขัดฟัน (ซื้อได้ที่นี่) แก่น้องแมวเพื่อช่วยให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มและอารมณ์ดี ในขณะเดียวกันก็ให้น้องหมาได้ใช้เวลากับของเล่นที่ซ่อนขนมได้ (ซื้อได้ที่นี่) เพื่อให้เขาจดจ่อและใช้พลังงานอย่างสงบ การทำเช่นนี้จะช่วยให้ทั้งคู่เรียนรู้ที่จะอยู่ในพื้นที่เดียวกันได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น

การเลี้ยงสุนัขและแมวร่วมกันอาจเป็นเรื่องท้าทาย แต่ด้วยความรัก ความเข้าใจ และความอดทน ก็สามารถทำให้พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ อย่าลืมว่า สัตว์เลี้ยงทุกตัวต้องการความรักและความเอาใจใส่จากเจ้าของ หากเรามอบสิ่งเหล่านี้ให้กับพวกเขาอย่างเต็มที่ พวกเขาก็จะตอบแทนเราด้วยความรักและความซื่อสัตย์เช่นกัน

หากคุณกำลังมองหาช่องทางในการขยายธุรกิจและเพิ่มยอดขายให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด มาร่วมเป็น Partner กับ Deemmi Pet สิคะ เรามีทีมการตลาดดิจิทัลมืออาชีพ พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line: @deemmipet

Share
Picture of ทีม DEEMMI – แพลตฟอร์มสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง
ทีม DEEMMI – แพลตฟอร์มสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง

ให้บริการค้นหาสถานที่ Pet Friendly, โรงพยาบาลสัตว์, บริการขนส่งสัตว์เลี้ยง, อาบน้ำตัดขน และที่พักสัตว์เลี้ยง พร้อมโปรโมชันและกิจกรรมรับ Pet Tag ฟรี สำหรับเพิ่มความปลอดภัยให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณ

โปรโมชั่น

สอบถามบริการ แอดเลย

บทความแนะนำ

สัตว์เลี้ยงแมว
สัตว์เลี้ยงแมว
หลายคนที่เลี้ยงแมว โดยเฉพาะทาสมือใหม่ที่รับลูกแมวมาเลี้ยง มักเจอปัญหาเดียวกันคือ แมวชอบกัดมือ ข่วนมือ หรือเล่นแรงเกินเบอร์จนเราได้แผลตลอด! แม้พฤติกรรมนี้จะดูเหมือนเรื่องเล็กในตอนเด็ก แต่หากปล่อยไว้นาน อาจกลายเป็นนิสัยติดตัวที่แก้กยาก และทำให้แมวดูดุ ก้าวร้าว หรือเข้ากับคนยากในอนาคตได้ค่ะ
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
การให้เลือดสุนัขและแมวเป็นหนึ่งในการรักษาที่สำคัญที่สุดสำหรับสัตว์ที่มีภาวะเลือดจาง ค่าเลือด PCV ต่ำ เสียเลือดจากอุบัติเหตุ พยาธิในเม็ดเลือด หรือโรคเรื้อรังบางชนิดที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถสร้างเลือดได้ทัน การให้เลือดถือเป็น “การช่วยชีวิต” ที่ช่วยเพิ่มปริมาณเลือดและออกซิเจนให้ร่างกายของสัตว์เลี้ยงกลับมาทำงานได้ทันที
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
ช่วงเทศกาลปีใหม่คือเวลาของความสุขสำหรับคน แต่กลับเป็นช่วงความเครียดสำหรับสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก โดยเฉพาะ สุนัขกลัวเสียงพลุ และ แมวกลัวเสียงพลุ ที่จะตกใจง่าย วิ่งหนี ซ่อนตัว หรือบางครั้งมีอาการสั่น หอบ หัวใจเต้นเร็วจากความเครียดเฉียบพลัน เสียงพลุและประทัดดังแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะประสาทการได้ยินของพวกเขาไวกว่าเราหลายเท่า การเตรียมตัวล่วงหน้าและการรับมือที่ถูกวิธีจะช่วยให้น้องหมาน้องแมวรู้สึกสงบขึ้น ไม่ตื่นกลัว และลดความเสี่ยงที่จะหนีออกจากบ้านในคืนปีใหม่ เพื่อให้ทุกบ้านผ่านคืนส่งท้ายปีด้วยความปลอดภัยทั้งคนและสัตว์เลี้ยง