สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว

ช่วงเทศกาลปีใหม่คือเวลาของความสุขสำหรับคน แต่กลับเป็นช่วงความเครียดสำหรับสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก โดยเฉพาะ สุนัขกลัวเสียงพลุ และ แมวกลัวเสียงพลุ ที่จะตกใจง่าย วิ่งหนี ซ่อนตัว หรือบางครั้งมีอาการสั่น หอบ หัวใจเต้นเร็วจากความเครียดเฉียบพลัน เสียงพลุและประทัดดังแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะประสาทการได้ยินของพวกเขาไวกว่าเราหลายเท่า การเตรียมตัวล่วงหน้าและการรับมือที่ถูกวิธีจะช่วยให้น้องหมาน้องแมวรู้สึกสงบขึ้น ไม่ตื่นกลัว และลดความเสี่ยงที่จะหนีออกจากบ้านในคืนปีใหม่ เพื่อให้ทุกบ้านผ่านคืนส่งท้ายปีด้วยความปลอดภัยทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
Scared dog hiding from fireworks during New Year

ทำไมน้องหมา-แมว ถึงกลัวเสียงพลุดัง?

สุนัขและแมวกลัวเสียงพลุไม่ใช่เพราะ “ขี้ตกใจ” แต่เพราะระบบประสาทของพวกเขาไวมากกว่ามนุษย์หลายเท่า โดยเฉพาะการได้ยินที่สามารถรับความถี่เสียงได้กว้างกว่า เมื่อเสียงพลุหรือประทัดดังขึ้นแบบกะทันหัน ร่างกายของสัตว์จะตีความว่าเป็นอันตราย ทำให้เกิดสัญชาตญาณ “สู้หรือหนี” ทันที

สุนัขอาจเห่า วิ่งหนี หรือสั่น ส่วนแมวมักจะหลบซ่อนตัว หางฟู หูพับ หรือเดินวนอยู่ไม่สุข เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ประสบการณ์ไม่ดีในอดีต เช่น เคยตกใจเสียงดังมาก่อน ก็อาจทำให้ความกลัวทวีคูณขึ้นในทุกช่วงเทศกาล

อีกเหตุผลสำคัญคือ พวกเขาไม่เข้าใจว่าเสียงพลุคือ “เสียงเฉลิมฉลอง” เหมือนคน เสียงดังแบบไม่คาดคิดทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกเหมือนมีอันตรายเกิดขึ้นจริง จึงเกิดอาการตื่นตระหนกได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่มีเสียงพลุต่อเนื่องเป็นเวลานาน

8 เคล็ดลับเตรียมพร้อม "ก่อน" คืนข้ามปีมาถึง

ก่อนเสียงพลุปีใหม่จะเริ่มดัง การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยลดความกลัวและความเครียดของสุนัข–แมวได้มาก การจัดสิ่งแวดล้อมให้รู้สึกปลอดภัย และการใช้ตัวช่วยที่เหมาะสม จะทำให้น้องรับมือช่วงเวลานี้ได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

A cozy 'safe haven' prepared for a cat in a quiet room.

1. สร้าง "พื้นที่หลบภัย" (Safe Haven)

เตรียมห้องหรือมุมที่น้องรู้สึกปลอดภัย มีผ้าห่ม กล่อง หรือที่นอนที่คุ้นเคย เพื่อให้น้องหลบเข้าไปพักเมื่อตกใจ

2. ปิดประตู-หน้าต่างให้มิดชิด

ปิดช่องเสียงให้แน่นที่สุด ช่วยลดระดับเสียงพลุที่เข้ามาในบ้านได้มาก และยังป้องกันน้องตกใจจนพุ่งออกนอกบ้าน

3. เปิดเพลงหรือ White Noise กลบเสียง

เสียงเพลงนุ่ม ๆ หรือ White Noise ช่วยกลบเสียงพลุที่ดังไกล ทำให้น้องรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นและลดการโฟกัสกับเสียงนอกบ้าน

4. พาน้องไปออกกำลังกาย (ตั้งแต่เย็น)

พาสุนัขไปเดินเล่น วิ่ง หรือเล่นของเล่นให้พอเหนื่อย จะช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นและตื่นตัวน้อยลงเมื่อมีเสียงดัง

5. ใช้ "ตัวช่วยลดความเครียด"

อาจใช้ปลอกคอผ่อนคลาย สเปรย์ Feliway/Adaptil หรือเปลผ้ากอดรัด (Thundershirt) เพื่อช่วยให้น้องสงบตัวมากขึ้น

6. เจ้าของ "ต้องนิ่ง"

ท่าทีของเจ้าของมีผลมาก หากเจ้าของลนหรือกังวล น้องจะยิ่งกลัว ควรพูดคุยด้วยเสียงปกติ ทำตัวสงบ และอยู่ใกล้ ๆ

7. ติดป้ายชื่อและไมโครชิป (สำคัญมาก!)

หากน้องตกใจเสียงพลุแล้ววิ่งหนี การมีพวงกุญแจชื่อ–เบอร์โทร และไมโครชิป จะเพิ่มโอกาสให้คนพบตัวติดต่อกลับได้ทันที

8. ปรึกษาสัตวแพทย์เรื่อง "ยา"

สำหรับน้องที่กลัวพลุรุนแรงจริง ๆ อาจต้องใช้ยาคลายกังวลหรือยากล่อมประสาท แต่ห้ามซื้อเองเด็ดขาด! ต้องให้สัตวแพทย์ประเมินและเลือกยาที่เหมาะกับน้ำหนัก อายุ และสุขภาพเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ให้ยาซึมของคนกับสุนัขได้ไหม?

A:ไม่ได้เด็ดขาด! ยาของคนอาจเป็นพิษร้ายแรงต่อสัตว์เลี้ยง ต้องใช้ยาสำหรับสัตว์และอยู่ภายใต้การควบคุมของสัตวแพทย์เท่านั้น

Q: ควรโอ๋หรือกอดน้องตอนที่เขากลัวไหม?

A: การปลอบเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควร “โอ๋” เกินไป (เช่น ร้องโวยวายตาม) เพราะจะยิ่งทำให้น้องคิดว่ามีเรื่องร้ายแรง ให้ปลอบด้วยการลูบตัวนิ่งๆ หรือนั่งข้างๆ ด้วยท่าทีสงบ

Q: ถ้าเลี้ยงนอกบ้าน ต้องทำยังไง?

A: ในคืนที่มีเสียงดัง ควรนำน้องเข้ามาในบ้าน หรืออย่างน้อยที่สุดคือในโรงรถที่มีประตูปิดมิดชิด พร้อมที่หลบภัยและน้ำดื่ม

Q: ถ้าน้องหอบแรงหลังได้ยินเสียงพลุ ต้องพาไปหาหมอไหม?

A: ควรพาไปทันที โดยเฉพาะถ้าน้องหอบนานกว่า 10–15 นาที หรือมีอาการสั่น น้ำลายไหล หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เพราะอาจเกิดภาวะเครียดเฉียบพลัน

Q: เปิดไฟทิ้งไว้ช่วยลดความกลัวได้ไหม?

A: ช่วยได้ แสงไฟทำให้น้องรู้สึกว่าบ้านยังมีความเคลื่อนไหวและปลอดภัย ลดความตึงเครียดจากความมืดที่ทำให้รู้สึกระแวง

Q: ให้น้องนอนในกรงจะช่วยไหม?

ถ้าน้อง “คุ้นกับกรงอยู่แล้ว” จะช่วยได้มาก เพราะรู้สึกเหมือนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว แต่ถ้าไม่คุ้นอาจยิ่งเครียดกว่าเดิม

ช่วงปีใหม่อาจเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขสำหรับคน แต่สำหรับสุนัขและแมวที่กลัวเสียงพลุ การเตรียมพร้อมล่วงหน้าคือสิ่งสำคัญที่สุด การสร้างพื้นที่ปลอดภัย ปิดเสียงรบกวน ใช้ตัวช่วยลดความเครียด และการดูแลด้วยความสงบของเจ้าของ จะช่วยให้น้องรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

เพียงใส่ใจไม่กี่อย่าง น้องหมาน้องแมวก็สามารถผ่านคืนข้ามปีไปได้อย่างสบายใจและปลอดภัยมากขึ้น

Share
Picture of ทีม DEEMMI – แพลตฟอร์มสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง
ทีม DEEMMI – แพลตฟอร์มสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง

ให้บริการค้นหาสถานที่ Pet Friendly, โรงพยาบาลสัตว์, บริการขนส่งสัตว์เลี้ยง, อาบน้ำตัดขน และที่พักสัตว์เลี้ยง พร้อมโปรโมชันและกิจกรรมรับ Pet Tag ฟรี สำหรับเพิ่มความปลอดภัยให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณ

โปรโมชั่น

สอบถามบริการ แอดเลย

บทความแนะนำ

สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
ช่วงเทศกาลปีใหม่คือเวลาของความสุขสำหรับคน แต่กลับเป็นช่วงความเครียดสำหรับสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก โดยเฉพาะ สุนัขกลัวเสียงพลุ และ แมวกลัวเสียงพลุ ที่จะตกใจง่าย วิ่งหนี ซ่อนตัว หรือบางครั้งมีอาการสั่น หอบ หัวใจเต้นเร็วจากความเครียดเฉียบพลัน เสียงพลุและประทัดดังแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะประสาทการได้ยินของพวกเขาไวกว่าเราหลายเท่า การเตรียมตัวล่วงหน้าและการรับมือที่ถูกวิธีจะช่วยให้น้องหมาน้องแมวรู้สึกสงบขึ้น ไม่ตื่นกลัว และลดความเสี่ยงที่จะหนีออกจากบ้านในคืนปีใหม่ เพื่อให้ทุกบ้านผ่านคืนส่งท้ายปีด้วยความปลอดภัยทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
ปีใหม่ทั้งที หลายบ้านก็อยากพาเจ้านายสี่ขาออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ว่าจะขึ้นเขา เที่ยวทะเล หรือแวะพักที่พัก Pet-Friendly ระหว่างทาง แต่การพาสุนัขเที่ยวปีใหม่ หรือพาแมวเดินทางไกล ไม่ใช่แค่การอุ้มน้องขึ้นรถแล้วไปเลย เพราะน้องต้องการของใช้เฉพาะตัว ทั้งเรื่องความปลอดภัย อาหาร ยา ของใช้ประจำวัน และไอเทมที่ช่วยให้การเดินทางสบายขึ้น มีของใช้น้องหมา น้องแมว หลายอย่างที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนออกทริป ทั้งคาร์ซีทสุนัข กระเป๋าเดินทางแมว ยาแก้เมาหมาแมว ของเล่น ที่นอน และอุปกรณ์เดินทางอีกเพียบ เพื่อให้น้องเที่ยวอย่างปลอดภัย ไม่เครียด และสนุกกับปีใหม่ไปพร้อมกับทุกคนในครอบครัว
สัตว์เลี้ยงสุนัข
สัตว์เลี้ยงสุนัข
อากาศเย็นสบายในช่วงหน้าหนาวอาจทำให้เหล่าทาสรู้สึกชิลล์ขึ้น แต่สำหรับน้อนหมาแล้ว “อากาศเย็น” อาจกลายเป็นภัยเงียบที่ก่อให้เกิด โรคสุนัขหน้าหนาว ได้โดยไม่รู้ตัว! โดยเฉพาะแก๊งน้อนหมาสูงวัย, เบบี๋ลูกสุนัข, หรือสายพันธุ์ขนสั้นตัวจิ๋ว ล้วนเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหวัดสุนัข (Kennel cough), โรคหัดสุนัข (โรคร้ายแรง!), ภาวะตัวเย็น (Hypothermia) หรือแม้แต่ โรคข้อเสื่อมในสุนัข ที่มักกำเริบหนักมากเมื่ออากาศหนาว ดังนั้น พ่อ ๆ แม่ ๆ ต้องเรียนรู้วิธี ดูแลสุนัขหน้าหนาว อย่างถูกต้อง บทความนี้ Pet Deemmi รวบรวมคำแนะนำจากสัตวแพทย์ พร้อมวิธีดูแลและป้องกันแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้มั่นใจว่า “หน้าหนาวนี้ ลูกรักสี่ขาของเราจะปลอดภัยและอบอุ่น”