สัตว์เลี้ยงสุนัขหมาแมว

แมวและสุนัขกินน้ำเยอะมากผิดปกติ แถมยังฉี่เยอะและบ่อยอีกด้วย อาการเหล่านี้ถือว่าปกติหรือไม่ หรือเป็นสัญญาณการเจ็บป่วยของสัตว์เลี้ยง วันนี้เรามาหาคำตอบกัน
หมาแมวกินน้ำเยอะฉี่บ่อยเกิดจากอะไร_dogs-cats-drink-alotwater

โดยทั่วไปแล้ว ความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะในสัตว์เลี้ยง เจ้าของจะสามารถสังเกตเห็นได้เอง เมื่อน้องมีอาการปัสสาวะลำบาก ปวดเบ่งเวลาปัสสาวะ รวมไปถึงปัสสาวะที่ผิดปกติ เช่น ปนเลือด ปนหนอง เป็นต้น  

แต่ในกรณีที่น้องหมาน้องแมวแสดงอาการบางอย่างผิดปกติไป เช่น ฉี่เยอะและบ่อยกว่าทุกครั้ง รวมถึงสีของฉี่ก็ดูใสเกินกว่าปกติ และมีการกินน้ำที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาการเหล่านี้เจ้าของจะไม่แน่ใจ และอาจสงสัยว่า…จริง ๆ แล้วมันคือภาวะปกติในสัตว์เลี้ยงหรือไม่ หรือกำลังเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเจ็บป่วยบางอย่างในร่างกายของน้องหมาน้องแมว วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ปริมาณการกินน้ำและปัสสาวะปกติของหมาแมว

ก่อนที่เราจะไปหาสาเหตุของการกินน้ำเยอะมากผิดปกติในสัตว์เลี้ยง เราต้องรู้ก่อนว่า…ปริมาณปัสสาวะเยอะขนาดไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ?

1. ปริมาณปัสสาวะปกติของหมาแมวคือเท่าไหร่

  • สำหรับในสุนัข ปริมาณปัสสาวะปกติจะอยู่ที่ประมาณ 20-40 ซีซีต่อกิโลกรัมต่อวัน หรือคิดเป็น 1-2 ซีซีต่อกิโลกรัมต่อชั่วโมง ถ้าพบว่าสุนัขมีปัสสาวะมากกว่า 50 ซีซีต่อกิโลกรัมต่อวัน จะถือว่ามีปัสสาวะมากผิดปกติ เรียกว่ามีภาวะ Polyuria ( PU ) นั่นเอง เช่น สุนัขปกติที่หนัก 10 กิโลกรัม ควรจะมีปริมาณปัสสาวะโดยเฉลี่ย 200-400 ซีซีต่อวัน  ถ้าเกินจากปริมาณนี้แนะนำให้พาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจรักษา
  • สำหรับในแมว ปริมาณปัสสาวะปกติจะอยู่ที่ประมาณ 28 ซีซีต่อกิโลกรัมต่อวัน ถ้าแมวมีปัสสาวะมากกว่า 40 ซีซีต่อกิโลกรัมต่อวัน ก็จะถือว่ามีปัสสาวะมากผิดปกติ ( PU ) เช่นกัน ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจรักษา

2. ปริมาณการกินน้ำปกติของหมาแมวคือเท่าไหร่

ในสภาวะที่อากาศร้อนจัด เราอาจเห็นน้องหมาน้องแมวมีการปัสสาวะออกไปมากกว่าปกติ ซึ่งร่างกายก็จะมีการกระตุ้นให้กินน้ำเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย  กรณีนี้จะถือว่าเป็นเรื่องปกติจากสภาวะอากาศ แต่หากเจ้าของสังเกตเห็นความผิดปกติของสัตว์เลี้ยง เช่น น้องกินน้ำบ่อยกว่าเพื่อนสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆ ที่เลี้ยงอยู่ในสิ่งแวดล้อมคล้ายกัน ให้ทำการตรวจเช็คระดับการกินน้ำต่อวันดังนี้

ถ้าสุนัขกินน้ำมากกว่า 100 ซีซีต่อกิโลกรัมต่อวัน และแมวกินน้ำมากกว่า 50 ซีซีต่อกิโลกรัมต่อวัน อาจถือได้ว่ามีภาวะกินน้ำมากผิดปกติ หรือ Polydipsia ( PD ) นั่นเอง  ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ทั้งการขับถ่ายปัสสาวะมากผิดปกติ (PU) และการดื่มน้ำมากผิดปกติ (PD) ทั้ง 2 อาการนี้มักเกิดคู่กัน การเริ่มต้นสังเกตการณ์ที่ดีที่สุดคือการจัดเตรียมชามสำหรับน้ำและอาหารที่สะอาด (สั่งซื้อที่นี่) และวางไว้ในจุดประจำ จะช่วยให้เราวัดปริมาณน้ำที่ลดลงในแต่ละวันได้อย่างแม่นยำ และกระตุ้นให้น้อง ๆ ดื่มน้ำได้ดีขึ้นด้วย

สาเหตุที่แมวและสุนัขกินน้ำเยอะ ฉี่เยอะ (PU/PD)

โรคไต

เมื่อสุนัขและแมวมีอาการกินน้ำเยอะฉี่เยอะ (PU/PD) สิ่งแรกที่สัตวแพทย์มักสงสัย คือภาวะที่ไตทำงานผิดปกติหรือไตเสื่อม เพราะจะทำให้น้ำที่ถูกกรองและขับออกจากร่างกายมีปริมาณมากขึ้น รวมทั้งไตดูดกลับน้ำได้น้อยลง ดังนั้นปัสสาวะที่ออกมาจะมีปริมาณมากและค่อนข้างใส ทำให้ร่างกายเริ่มขาดน้ำและสัตว์จะปรับตัวโดยกินน้ำมากขึ้นนั่นเอง

เคล็ดลับเพิ่มเติม

หากสัตวแพทย์วินิจฉัยว่าน้องหมาหรือน้องแมวเป็นโรคไตจริง การจัดการด้านอาหารคือหัวใจสำคัญของการรักษา สัตวแพทย์มักจะแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้อาหารสูตรเฉพาะโรคไต เช่น อาหารสำหรับสุนัขที่เป็นโรคไต (สั่งซื้อที่นี่) หรือ อาหารสำหรับแมวที่เป็นโรคไต (สั่งซื้อที่นี่) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของไตโดยเฉพาะ

โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานถือเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้สัตว์มีอาการกินน้ำเยอะฉี่เยอะได้เช่นกัน เนื่องจากโรคนี้จะทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง และเมื่อน้ำตาลอยู่เกินกว่าระดับที่ไตจะกักเก็บดูดกลับไว้ได้ น้ำตาลจะหลุดรอดปนออกมากับปัสสาวะมาก ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงและเพิ่มการดึงน้ำออกมากับปัสสาวะ ทำให้ปริมาณปัสสาวะสูงขึ้นนั่นเอง

โรคตับ

ตับเป็นอวัยวะสำคัญในร่างกาย ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นโรงงานย่อยสลายขยะ โดยจะทำการเปลี่ยนสารต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกายรวมถึงฮอร์โมนอีกหลายชนิด เพื่อย่อยสลายออกไปจากร่างกาย ดังนั้นเมื่อตับทำงานผิดปกติ ทั้งจากการเกิดตับอักเสบ ภาวะตับแข็ง ไขมันพอกตับ ไปจนถึงตับวาย ทั้งหมดนี้อาจทำให้เกิดอาการกินน้ำเยอะฉี่เยอะได้ โดยมีสาเหตุของความเป็นไปได้ ดังนี้ 

  • ตับที่ทำงานผิดปกติ จะส่งผลให้เกิดการสร้างยูเรีย ( Urea ) หรือน้ำปัสสาวะได้น้อยลง
  • เกิดการเพิ่มขึ้นของสารเรนิน ( Renin )  คอร์ติซอล ( Cortisol ) และฮอร์โมนแอลโดสเตอโรน (Aldosteron)
  • ร่างกายจะมีภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำกว่าปกติ

ซึ่งสาเหตุของโรคตับที่พูดมานี้ ทำให้สัตว์เกิดอาการกินน้ำเยอะฉี่เยอะได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสารบางอย่างและฮอร์โมนบางตัวที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสมดุลน้ำในร่างกายนั่นเอง

มดลูกอักเสบ

ภาวะมดลูกอักเสบ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้น้องหมาน้องแมวเกิดอาการกินน้ำเยอะฉี่ สาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 

  • สารพิษที่ผลิตโดยตรงจากเชื้อแบคทีเรีย E. coli ซึ่งเป็นเชื้อหลักที่ทำให้เกิดภาวะมดลูกอักเสบ โดยสารพิษจะเข้าไปรบกวนการดูดกลับโซเดียม รวมทั้งทำลายตัวรับฮอร์โมนที่มีชื่อว่า Antidiuretic hormone (ADH) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมสมดุลน้ำในร่างกาย 
  • ปฏิกิริยาระหว่างตัวเชื้อโรคและภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่จะเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมบุกรุกเข้าไปในร่างกาย ภูมิคุ้มกันจะทำหน้าที่เร่งการกำจัดเชื้อโรคออกไป ด้วยการหลั่งสารที่ทำให้เกิดการทำลายล้าง สารนี้มีผลต่อเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายของสัตว์ด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดการอักเสบต่าง ๆ เช่น ไตอักเสบ (glomerulonephritis)  ซึ่งเป็นผลให้เกิดภาวะที่ร่างกายขับปัสสาวะมากกว่าปกติ และกินน้ำเยอะเพื่อรักษาสมดุลน้ำตามมาได้

โรคฮอร์โมน

ฮอร์โมนบางอย่าง เมื่อเกิดการเสียสมดุลไปไม่ว่าจะเกิดจากสภาวะของโรค หรือการได้รับสารบางอย่างเข้าไปในร่างกาย จะมีผลทำให้เกิดอาการกินน้ำเยอะฉี่ได้ เช่น โรคไทรอยด์เป็นพิษ และโรคเนื้องอกต่อมหมวกไต หรืออาการคุชชิง (Cushing Syndrome) เป็นต้น

แร่ธาตุไม่สมดุล

ระดับแร่ธาตุที่สูงกว่าปกติ เช่น ระดับแคลเซียมในเลือด หรือการมีโพแทสเซียมต่ำกว่าปกติ จะทำให้สัตว์แสดงอาการกินน้ำเยอะฉี่ได้เช่นกัน ซึ่งสามารถตรวจสอบภาวะเหล่านี้ได้ด้วยการตรวจเลือดสัตว์เพื่อหาระดับแร่ธาตุดังกล่าว

นอกจากสาเหตุดังกล่าวข้างต้นยังมีปัจจัยอื่น ๆ ได้อีก ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการสร้างฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองหรือความผิดปกติบางอย่างของระบบประสาท อย่างไรก็ตามบทความนี้ หมอตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อที่จะบอกเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกท่านว่า อาการหมาแมวกินน้ำเยอะ ฉี่บ่อย ถ้าเจ้าของเห็นว่าผิดปกติ อาจจะเป็นอาการหนึ่งที่บ่งชี้ว่า ร่างกายของน้องหมาน้องแมวกำลังไม่สบายอยู่ก็เป็นได้ ดังนั้นจึงไม่ควรละเลย และควรรีบหาสาเหตุเพื่อที่จะได้รับการรักษาที่ทันท่วงที

หากคุณกำลังมองหาช่องทางในการขยายธุรกิจและเพิ่มยอดขายให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด มาร่วมเป็น Partner กับ Deemmi Pet สิคะ เรามีทีมการตลาดดิจิทัลมืออาชีพ พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line: @deemmipet

Share
Picture of สพ.ญ. ภสดล อนุรักษ์โอฬาร

สพ.ญ. ภสดล อนุรักษ์โอฬาร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โปรโมชั่น

สอบถามบริการ แอดเลย

บทความแนะนำ

สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
ช่วงเทศกาลปีใหม่คือเวลาของความสุขสำหรับคน แต่กลับเป็นช่วงความเครียดสำหรับสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก โดยเฉพาะ สุนัขกลัวเสียงพลุ และ แมวกลัวเสียงพลุ ที่จะตกใจง่าย วิ่งหนี ซ่อนตัว หรือบางครั้งมีอาการสั่น หอบ หัวใจเต้นเร็วจากความเครียดเฉียบพลัน เสียงพลุและประทัดดังแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะประสาทการได้ยินของพวกเขาไวกว่าเราหลายเท่า การเตรียมตัวล่วงหน้าและการรับมือที่ถูกวิธีจะช่วยให้น้องหมาน้องแมวรู้สึกสงบขึ้น ไม่ตื่นกลัว และลดความเสี่ยงที่จะหนีออกจากบ้านในคืนปีใหม่ เพื่อให้ทุกบ้านผ่านคืนส่งท้ายปีด้วยความปลอดภัยทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
สัตว์เลี้ยงสุนัขแมว
ปีใหม่ทั้งที หลายบ้านก็อยากพาเจ้านายสี่ขาออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ว่าจะขึ้นเขา เที่ยวทะเล หรือแวะพักที่พัก Pet-Friendly ระหว่างทาง แต่การพาสุนัขเที่ยวปีใหม่ หรือพาแมวเดินทางไกล ไม่ใช่แค่การอุ้มน้องขึ้นรถแล้วไปเลย เพราะน้องต้องการของใช้เฉพาะตัว ทั้งเรื่องความปลอดภัย อาหาร ยา ของใช้ประจำวัน และไอเทมที่ช่วยให้การเดินทางสบายขึ้น มีของใช้น้องหมา น้องแมว หลายอย่างที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนออกทริป ทั้งคาร์ซีทสุนัข กระเป๋าเดินทางแมว ยาแก้เมาหมาแมว ของเล่น ที่นอน และอุปกรณ์เดินทางอีกเพียบ เพื่อให้น้องเที่ยวอย่างปลอดภัย ไม่เครียด และสนุกกับปีใหม่ไปพร้อมกับทุกคนในครอบครัว
สัตว์เลี้ยงสุนัข
สัตว์เลี้ยงสุนัข
อากาศเย็นสบายในช่วงหน้าหนาวอาจทำให้เหล่าทาสรู้สึกชิลล์ขึ้น แต่สำหรับน้อนหมาแล้ว “อากาศเย็น” อาจกลายเป็นภัยเงียบที่ก่อให้เกิด โรคสุนัขหน้าหนาว ได้โดยไม่รู้ตัว! โดยเฉพาะแก๊งน้อนหมาสูงวัย, เบบี๋ลูกสุนัข, หรือสายพันธุ์ขนสั้นตัวจิ๋ว ล้วนเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหวัดสุนัข (Kennel cough), โรคหัดสุนัข (โรคร้ายแรง!), ภาวะตัวเย็น (Hypothermia) หรือแม้แต่ โรคข้อเสื่อมในสุนัข ที่มักกำเริบหนักมากเมื่ออากาศหนาว ดังนั้น พ่อ ๆ แม่ ๆ ต้องเรียนรู้วิธี ดูแลสุนัขหน้าหนาว อย่างถูกต้อง บทความนี้ Pet Deemmi รวบรวมคำแนะนำจากสัตวแพทย์ พร้อมวิธีดูแลและป้องกันแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้มั่นใจว่า “หน้าหนาวนี้ ลูกรักสี่ขาของเราจะปลอดภัยและอบอุ่น”